ผับ สำหรับคนชอบฟังเพลงในเชียงใหม่

ผับ สำหรับคนชอบฟังเพลงในเชียงใหม่ มนุษย์งานค้างอย่างเราก็นั่งคอตกอิจฉาคนได้เที่ยวอยู่หน้าคอมต่อไป เอาล่ะ รอบหน้าจะไม่พลาด แพลนวันหยุดครั้งหน้าเชียงใหม่ต้องอยู่บนไทม์ไลน์ฉันบ้าง คาเฟ่ ร้านขนม และร้านหมูกระทะชื่อดังต้องเก็บให้หมด

แต่ว่า ๆๆ นอกจากที่ยกตัวอย่างมาเมื่อกี๊ เมืองเชียงใหม่ยังมีสถานที่ทำหรับนักฟังอย่างเรา ๆ ด้วยนะ บ้างก็เปิดโอกาสให้ศิลปินใช้สถานที่เล่นสด สนับสนุนผลงาน จัดคอนเสิร์ตเล็ก ๆ หรือแม้กระทั่งบางร้านที่บรรจงคัดสรรเพลงดี ๆ มาให้เราฟังระหว่างนั่งดื่ม ถือว่าเป็นสังคมคนดนตรีที่อบอุ่น ดังนั้นเราจะแนะนำให้คุณรู้จักร้านเหล่านี้กัน

North Gate Jazz Co-Op

หากถามหาร้านดนตรีที่มีดนตรีสดให้ฟัง เชื่อว่าชื่อแรก ๆ ที่เพื่อนชาวเชียงใหม่จะแนะนำให้เรารู้จักคงจะหนีไปไหนไม่ได้นอกจาก ‘นอร์ธเกต’ บาร์แจ๊สชื่อดังย่านประตูช้างเผือกที่มีดนตรีสดมาเสิร์ฟให้ฟังในทุกคืน และเลื่องลือในเรื่อง jam session ที่เปิดโอกาสให้นักดนตรีขึ้นไปเล่นดนตรีด้วยกัน ซึ่งบางคืนก็สร้างความเซอไพรส์ให้เราพอสมควร เช่น เราอาจจะเจอคุณลุงจากที่ไหนไม่รู้ (ซึ่งอาจจะเต้นอยู่ข้างเราเมื่อกี๊) เดินขึ้นไปดีดกีตาร์แบบช่ำชอง หรือแม้กระทั่งเด็กอายุสิบสองที่เดินขึ้นไปโซโล่กลองบนเวทีจนทุกคนในร้านอ้าปากค้าง ถ้าบังเอิญผ่านไปถนนช้างเผือกในช่วงสุดสัปดาห์เราจะพบว่ามีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติยืนฟังดนตรีอยู่หน้าร้านจนปริ่มออกมา แถมบางคืนยังมีโอกาสได้เจอกับนักดนตรีที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง พี่แป้ง—รัสมี อีสานโซล หรือศิลปินจากวง Papapao มาแจมอยู่ที่ร้านด้วย

Woods Bar, Rooftop 12 Fl.

บาร์บรรยากาศดีบนดาดฟ้าชั้น 12 ของ Prestige Chiang Mai Hotel เราจะได้นั่งดื่มอยู่รอบ ๆ สระว่ายน้ำของโรงแรม โดยมีดีเจมากมายหลายแนว ตั้งแต่สายกรูฟยันอินดี้ป๊อป แวะเวียนมาเปิดเพลงให้เราฟังคลอไปตลอดทั้งคืน แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือนอกจาก dj session ทางร้านยังมีการจัดคอนเสิร์ตอะคูสติกอยู่เรื่อย ๆ อย่างเช่น t_047, Buddhist Holiday, Into The Air และ Yented ที่เคยไปเล่นบนดาดฟ้ามาแล้ว หากอยากหนีฝุ่น PM 2.5 ไปสูดอากาศบนที่สูงแต่ไม่อยากเข้าป่าให้ลำบากนัก ดาดฟ้าของ Woods Bar น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี

Minimal Bar

อีกหนึ่งชุมชนดนตรีในเชียงใหม่ย่านห้าแยกสันติธรรม เป็นทั้งบาร์ สถานที่ฟังดนตรี สถานที่จัด mini exhibition แถมยังมีงานคอนเสิร์ตของตัวเองอย่าง MIN ที่หอบเอาดนตรีอะคูสติกฟังสบายของศิลปินที่มีชื่อเสียงจากทั่วทุกสารทิศมาให้คนฟังได้ใกล้ชิดกัน เพียงแค่คุณพาตัวเองไปนั่งคลอกับบรรยากาศในร้าน ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงและผู้คนได้ หรือบางวันอาจจะมีประชากรนักดนตรีอย่าง Solitude Is Bliss, The Subtitle Project, Rie Kubota, พี่เมษ และศิลปินอื่น ๆ ในค่าย Minimal Record มานั่งอยู่ในร้านด้วย

Manung Cafe

เป็นอีกตัวเลือกถ้าหากว่าขี้เกียจออกไปเที่ยวนอกถนนเส้นนิมมานเหมินทร์ ระหว่างนิมมานซอย 2 และนิมมานซอย 4 จะมีซอยสุขเกษมแทรกตัวอยู่ตรงกลาง เดินเข้าไป 200 เมตรจะเจอร้านม้านั่งอยู่ฝั่งขวามือ มีโต๊ะสนุ๊กตั้งอยู่ภายในร้าน สามารถเลือกนั่งเป็นโต๊ะหรือนั่งที่บาร์ก็ได้ ล่าสุดเพิ่งเปิดโซนใหม่เป็นไฟนีออนดัดสีม่วง-ชมพูน่ารัก ๆ ด้วย ทุกวันจะมีดนตรีสดทั้งอะคูสติกและ full band มาเล่นให้เราฟัง แนวที่ได้ยินบ่อย ๆ จะเป็นร็อก โฟล์กร็อก ทางร้านก็มีคอนเสิร์ตของตัวเองด้วยนะ ยกตัวอย่างวงที่เคยไปเล่นเช่น Raft, พราว, ปลานิลเต็มบ้าน บางคืนก็จัดเป็นลูกทุ่งเฟสติวัล หรือ The Beatles Night ด้วย

Maa In Soi – หมาในซอย

ถัดจากร้านม้านั่งหากเดินลึกเข้ามาในซอยสุขเกษม หมาอินซอย, หมาในซอย เป็นชื่อร้านที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อล้อกับคำว่า ‘มาในซอย’ อยู่ก่อนถึงชุมชนป่าห้า ร้านหมาไม่มีดนตรีสด แต่จะมีเพลงเปิดคลอให้เราฟังอยู่เนือง ๆ ตลอดตั้งแต่ร้านเปิดไปจนถึงเที่ยงคืน โดยคงคอนเซ็ปต์ (จากคำบอกเล่าของเจ้าของร้าน) ‘ชอบความเงียบแต่เกลียดความเหงา’ เลื่องชื่อในเมนูทุกอย่างในร้าน โดยเฉพาะคอหมูย่าง ถึงแม้ว่าร้านจะชื่อหมา แต่ที่ร้านไม่มีหมาสักตัว มีเพียงแต่ ‘เยอะแยะ’ แมวสามสีอ้วนตุ้บที่สถาปนาตนเป็นเจ้าของร้านนอนเฝ้าอยู่ตามโต๊ะของลูกค้า ระหว่างจิบเบียร์เย็น ๆ เราจะได้ยินเสียงเครื่องบินคลอทุก ๆ ยี่สิบนาทีเนื่องจากร้านอยู่ในแนวที่เครื่องบินขึ้น เพลงที่เปิดมีความแรนด้อมตามอารมณ์ของคนเฝ้าร้านในแต่ละช่วง ที่เคยเจอก็จะเป็นเพลงตั้งแต่ เสก โลโซ, อัสนี วสันต์, เบิร์ด ธงไชย หรือบางวันก็เป็น The Beatles, Oasis, Coldplay ด้วยความคาดเดาอะไรไม่ได้เหมือนอารมณ์ของเจ้าเยอะแยะ ต้องลองหาโอกาสไปนั่งเล่นในร้านให้ได้จริง ๆ นะ บางวันช่วงหัวค่ำ จะเจอ เรืองฤทธิ์ บุญรอด อยู่แถว ๆ นั้นด้วย

สุดสะแนน

ร้านดังย่านคันคลองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของวงดนตรีคุณภาพที่สร้างความม่วนอ๊กม่วนใจ๋ให้แก่ผู้คนที่มีใจรักในเสียงดนตรี ตั้งแต่เด็กวัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน ร้านตกแต่งไปด้วยของของสะสมวินเทจ แต่ยังคงความเป็นกันเองแบบเหมือนมีคนรู้จักมานั่งเล่นดนตรีให้เราฟังในบ้านไม้หลังใหญ่มีลมโกรก ดนตรีที่ได้ฟังบ่อย ๆ จะเป็นอะคูสติก โฟล์ก โฟล์กร็อก หรือเพื่อชีวิต หากมาเที่ยวแล้วไม่ได้ลองกินก๋วยจั๊บญวนที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านถือว่ามาไม่ถึง ยังมีวาระงานครบรอบประจำปีที่ไม่ควรพลาด และล่าสุดก็มีศิลปินอย่าง อภิรมย์, เขียนไขและวานิช แวะเวียนไปเล่นดนตรีให้ชาวเชียงใหม่ฟังที่ร้านสุดสะแนนด้วย

Chubby Cafe

ก่อนหน้านี้เราอาจจะคุ้นเคยกับชื่อ Chubby ในนามของร้านที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกล้องฟิล์ม จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วเพิ่งจะขยับขยายมามีบทบาทกับซีนดนตรีในเชียงใหม่มากขึ้น ร้านตั้งอยู่เส้นคันคลอง สามารถเดินทางมาจากหลังมอได้ไม่ยากนัก สังเกตง่ายจากสีโทนม่วงชมพูที่สะดุดตา มีศิลปินมาเล่นดนตรีอะคูสติกที่ร้านอยู่เป็นประจำ ได้ยินมาแว่ว ๆ ว่า จะมีการชักชวนศิลปินขึ้นไปเล่นให้ชาวเชียงใหม่ได้ฟังอีกเรื่อย ๆ แน่นอน โดยก่อนหน้านี้มี Stoondio และ Folk9 ที่มีโอกาสได้แวะเวียนไปที่ร้าน Chubby Cafe มาแล้ว

We Didn’t Land on the Moon Since 1987

ถ้าถามว่าร้านไหนควรค่าแก่การไปนั่งสวย ๆ ที่สุด เราขอนำเสนอ We Didn’t Land on the Moon Since 1987 ให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันนาจา ร้านอยู่ท่าแพซอย 2 ทำให้ที่ร้านมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติปะปนกันอยู่ หน้าต่างบานกลมโตกับไฟนีออนรับกับเฟอร์นิเจอร์หน้าตาน่ารักภายในร้าน ตกแต่งด้วยต้นไม้สีเขียวประปรายให้ความรู้สึกเหมือนไปปาร์ตี้ในห้องนั่งเล่นบ้านเพื่อนเท่ ๆ คนนึง กลางวันมี brunch ขายแบบใส่เครื่องไม่ยั้งมือ พอตกกลางคืนจะมีดีเจมาเปิดเพลงให้เราฟังกัน เท่าที่เคยเจอก็จะเป็น Suede, New Order, ร็อก 90s บลา ๆ แอบเห็นว่ามีบางคืนที่เป็น ฟังก์ ดิสโก้ หรือมีธีมให้กับดนตรีในคืนนั้นไปเลย

LVMC – Living Machine

ถ้าหากในช่วงเทศกาลมีโอกาสได้เดินผ่านนิมมานเหมินทร์ซอย 7 จะพบว่ามีวัยรุ่นจำนวนหนึ่งกำลังต่อแถวรออะไรสักอย่าง จริง ๆ แล้วคนเหล่านั้นกำลังเข้าคิวรอเอาโต๊ะจากร้าน LVMC อยู่ มีโซนบาร์ให้นั่ง โดยทางร้านมีเมนูค็อกเทลราคาย่อมเยาว์ให้เลือกดื่มเต็มไปหมด เมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ชอบมาก ๆ คือ Lonely Machine ที่เอานมเปรี้ยวมาผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนไม่เหลือกลิ่นเหล้าบาดจมูก กินง่าย แต่ถ้าเผลอดื่มเยอะมากเกินไปก็ต้องบอกเลยว่า ‘เมาง่าว’ ถือว่าเป็นร้านที่โตไวมาก ๆ นับตั้งแต่ที่เคยเป็นห้องแถวห้องเดียวจนขยับขยายมาเป็นร้านขนาดสองห้อง มีอีเวนต์ตลอดทั้งปี มีการจัดเวรให้เพื่อน ๆ มาเปิดเพลงที่ร้านหลายแนวสลับสับเปลี่ยนกันไปตามวาระ จนกระทั่งล่าสุดทางร้านได้มีการจัดคอนเสิร์ตร่วมกับกลุ่ม Everlong ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยศิลปินที่ถูกชวนไปเล่นมาแล้วมี Ink Waruntorn กับ TELEx TELEXs ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าร้านนี้จะมีอะไรมาให้เราฟังกันอีก

NaBe ข้าวต้มหม้อไฟ & เบียร์วุ้น

ร้านตั้งอยู่บริเวณแจ่งศรีภูมิ คำว่า ‘แจ่ง’ นั้นแปลว่า ‘มุม’ ฉะนั้นเราจะสามารถตามหาร้านได้ง่ายมาก ๆ ในบริเวณมุมถนนเส้นช้างเผือกตรงทางเลี้ยวไปทาแพ เพียงแค่อ่านชื่อร้านเราก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าร้านนี้มีอะไรเด็ด นอกจากเบียร์วุ้นเย็นเจี๊ยบแล้วข้าวต้มก็ถือเป็นเมนูแนะนำของร้านนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าข้าวต้มจะเป็นของกินเล่นกับเบียร์ไม่ได้ เพราะทางร้านจะเสิร์ฟข้าวต้มมาเป็นหม้อไฟร้อน ๆ ให้เราได้ปรุงตามใจชอบซดไปพร้อมกับเบียร์ หากไปในวันธรรมดาจะมีวงดนตรีที่มาเล่นให้เราฟังและร้องตามกันไป หรือถ้าหากบังเอิญเจอช่วงที่ทางร้านจัดงานคอนเสิร์ต ที่นั่งในร้านจะถูกเคลียออกจนเกลี้ยงเหลือเพียงแต่โต๊ะให้ทุกคนยืนเต้นไปด้วยกัน วงที่เคยไปเล่นก็เช่น Yellow Fang, Jelly Rocket, Yena, Whal & Dolph, Bomb at Track ถ้าหากมีโอกาส ต้องแวะไปกินเบียร์วุ้นสักหน่อยแล้วล่ะ

Boy Blues Bar

เขยิบกันมาที่โซนในเมืองสำหรับคนรักดนตรีบลูส์และร็อกแอนด์โรล ร้าน open air ที่สถิตย์อยู่บนชั้นสองของเชียงใหม่ ไนต์บาร์ซ่า กับโต๊ะเตี้ย ๆ ให้เรานั่งล้อมเวที ซึมซับเสียงดนตรีจากนักดนตรีฝีมือฉมังของเมืองเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด คนที่มาส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ แต่บรรยากาศคือชิลมาก ที่สำคัญคือมีเบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ราคาเป็นมิตรอื่น ๆ ให้เราได้จิบแกล้มเพลงดี ๆ กันด้วย

Chiangmai

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ห่างออกจากตัวเมืองไปประมาณหนึ่ง คอมมิวนิตี้ชาวดนตรีทั้งคนเล่นและคนฟังละแวกมหาวิทยาลัยแม้โจ้ เป็นร้านบ้านสวนของ Boy-Imagine บรรยากาศร่มรื่น มีดนตรี acoustic ให้ฟังทุกคืน หากบางวันโชคดีหน่อย เราจะเจอพี่บอยเดินมานั่งเล่นกีต้าร์และร้องเพลงให้ฟังกันสด ๆ นอกจากนั้นบางโอกาสพิเศษจะมี mini concert ของศิลปินรุ่นเก๋าเช่น R-bu, นั่งเล่น เวียนมาให้ดูกันด้วย

East Bar

อีกหนึ่งร้านหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกกล่าวถึงกันอย่างหนาหูในช่วงนี้ ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามของห้าง Maya และที่น่าสนใจคือ ในทุก ๆ คืน จะมีการแบ่งธีมของดนตรีอย่างชัดเจน วันจันทร์—jazz/soul/R&B, วันอังคาร—jam session, วันพุธ—ลูกทุ่ง/ลูกกรุง, วันพฤหัส indie, วันศุกร์—Bakery Music/90s, วันเสาร์—Thai 90s และวันอาทิตย์—blues/oldies/jazz เรียกได้ว่าแทบจะครอบคลุมกลุ่มคนฟังเลยทีเดียว สามารถเช็กตารางเวลาของศิลปินในแต่ละคืนได้ที่หน้าเพจ หรือถ้าอยากจะลองเสี่ยงไปแบบไม่รู้อะไรเลยก็ได้ เพราะคุณอาจจะได้เจอวงดนตรีดี ๆ ที่ยังไม่รู้จักอีกเยอะแยะ